💧 คำนวณต้นทุนPlants Factory

คำนวณต้นทุนเริ่มต้น ค่าใช้จ่ายรายเดือน ต้นทุนต่อกิโลกรัม และจุดคุ้มทุนสำหรับระบบปลูกผักไร้ดินแต่ละประเภท

📋 กรอกข้อมูลระบบของคุณ

100
110,000
500
1010,000
2000
020,000
500
010,000
1500
010,000
100
15,000
80
1500

จัดการฟาร์มPlants Factoryด้วย Nuxgrow

ระบบ IoT ตรวจวัด EC/pH แบบเรียลไทม์ AI วิเคราะห์โรค ควบคุมปั๊มอัตโนมัติ

ทดลอง Nuxgrow ฟรี →

ระบบPlants Factory 4 ประเภท — เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย

1. NFT (Nutrient Film Technique)

ระบบ NFT ให้สารอาหารไหลเป็นฟิล์มบางผ่านรากพืช เป็นระบบที่นิยมมากที่สุดในไทย ต้นทุนปานกลาง (15,000-30,000 บาท สำหรับพื้นที่ 50 ตร.ม.) เหมาะกับผักใบเขียว เช่น ผักสลัด ผักกาดหอม ข้อดีคือใช้น้ำน้อย ดูแลง่าย แต่หากปั๊มเสีย พืชจะเหี่ยวเร็ว

2. DWC (Deep Water Culture)

ระบบ DWC แช่รากพืชในน้ำที่มีสารอาหารตลอดเวลา โดยใช้ปั๊มอากาศเพื่อเพิ่มออกซิเจน ต้นทุนต่ำที่สุด (8,000-15,000 บาท) เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ข้อเสียคือต้องระวังเรื่องอุณหภูมิน้ำ ถ้าน้ำร้อนเกินไป ออกซิเจนละลายได้น้อย พืชจะเจริญเติบโตช้า

3. Drip System (ระบบน้ำหยด)

ระบบน้ำหยดส่งสารอาหารทีละหยดไปที่โคนพืช ต้นทุนค่อนข้างสูง (20,000-40,000 บาท) แต่เหมาะกับพืชหลายชนิดรวมถึงไม้ผลขนาดเล็ก ประหยัดน้ำที่สุดในทุกระบบ เหมาะสำหรับฟาร์มขนาดใหญ่ที่ต้องการความยืดหยุ่น

4. Aeroponics (ระบบละอองน้ำ)

ระบบ Aeroponics พ่นสารอาหารเป็นละอองน้ำไปที่ราก ให้ผลผลิตสูงที่สุดเพราะรากได้ออกซิเจนมาก แต่ต้นทุนสูง (50,000-100,000 บาท) และต้องการความรู้เทคนิคมากกว่าระบบอื่น เหมาะสำหรับเกษตรกรที่มีประสบการณ์และต้องการผลผลิตสูงสุด

เคล็ดลับลดต้นทุนPlants Factory

เครื่องมือเกษตรอื่นๆ

📊ประมาณผลผลิต💰คำนวณ ROI ฟาร์ม🧪สารอาหารพืช